บทความ TOEIC

Listening

เว็บฝึก Listening ฟรี ใช้อย่างไรให้ช่วยคะแนน TOEIC จริง?

มีเว็บฝึกฟังเยอะ แต่เปิดฟังผ่าน ๆ คะแนนไม่ขยับ พี่ Mob ชวนเลือกตามระดับและฝึกเป็นรอบ ฟัง–ตอบ–เช็ก–ฟังซ้ำครับ

ปกบทความเว็บฝึก Listening ฟรีสำหรับเตรียม TOEIC อย่างเป็นระบบ

เว็บฝึกฟังฟรีช่วยได้ แต่ถ้าเปิดคลิปไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่ากำลังฝึกอะไร เราอาจคุ้นเสียงขึ้นแต่ยังตอบข้อสอบไม่ทันครับ เป้าหมายคือแยก ทักษะภาษา ออกจาก ความคุ้นรูปแบบ TOEIC แล้วฝึกให้ครบทั้งสองส่วน

เริ่มจากระดับที่ฟังจับใจความได้บางส่วน

British Council แบ่งบทฝึกตามระดับ CEFR ตั้งแต่ A1 ถึง C1 พร้อมสถานการณ์ เช่น โทรศัพท์ การประชุม สัมภาษณ์ และประกาศ ถ้าฟังรอบแรกไม่จับหัวข้อเลย ให้ลดระดับก่อนเพื่อสร้างความแม่น ไม่ใช่เพิ่มความเร็วทันทีครับ

เริ่มจากเป้าหมายก่อนรายละเอียด — ลดข้อมูลที่ต้องจำ แล้วจับหลักฐานให้ตรงคำถาม

ลดข้อมูลที่ต้องจำ แล้วจับหลักฐานให้ตรงคำถาม

ใช้วงรอบ ฟัง–ตอบ–เช็ก–ฟังซ้ำ

รอบแรกฟังเพื่อจับสถานการณ์และจุดประสงค์ รอบสองตอบคำถามหรือจด keyword แล้วจึงเช็ก transcript/เฉลย รอบสุดท้ายฟังซ้ำโดยไม่อ่าน เพื่อดูว่าหูจับส่วนที่เคยพลาดได้หรือยังครับ

ผิดแล้วต้องรู้ว่าพลาดตรงไหน — แยกสาเหตุ ก่อนเลือกสิ่งที่จะฝึกรอบถัดไป

แยกสาเหตุ ก่อนเลือกสิ่งที่จะฝึกรอบถัดไป

แยกวันฝึกภาษาออกจากวันฝึกรูปแบบข้อสอบ

แหล่งทั่วไปช่วยเรื่องศัพท์ สำเนียง และการจับใจความ ส่วน ETS มี sample tests และเอกสารเตรียมสอบทางการสำหรับทำความคุ้นเคยกับรูปแบบ TOEIC ควรใช้ทั้งสองแบบ แต่ไม่ควรเรียกแบบฝึกทั่วไปว่าเป็นข้อสอบจริงครับ

ลองวางแผนฝึก 20 นาที

หนึ่งรอบที่วัดผลได้

5 นาที: อ่านหัวข้อและคาดการณ์สถานการณ์

7 นาที: ฟังหนึ่งครั้งและตอบจากที่ได้ยิน

5 นาที: เช็ก transcript จด 3 จุดที่พลาด

3 นาที: ฟังซ้ำโดยปิด transcript

จบแล้วให้จดว่าพลาดเพราะศัพท์ เสียงเชื่อม สมาธิ หรือจับ purpose ไม่ทัน วันถัดไปเลือกบทฝึกที่แก้สาเหตุนั้นครับ

ถ้ายังไม่รู้ว่าควรเริ่มจาก Part 2, 3 หรือ 4 ใช้ รีวิวคะแนน TOEIC ฟรี เพื่อจัดลำดับฝึกได้ครับ

แหล่งอ้างอิง: British Council Listening ใช้ยืนยันบทฝึกตามระดับและสถานการณ์ และ ETS TOEIC Preparation Materials ใช้ยืนยันแหล่ง sample tests ทางการครับ